posted on 11 Nov 2009 01:16 by chesza in KoreaMV

01. My Heart
02. Heartbeat
03. Tired of Waiting
04. I Was Crazy About You
05. Gimme the Light
06. Back 2U
07. All Night Long
08. Heartbeat (Red Light Remix)
09. 10 POints Out of 10
10. Only You (Acoustic Remix)
11. Again & Again
12. I Hate You (Lounge Remix)
13. You Might Comeback (Bossa Nova Mix)
http://www.mediafire.com/?nzddnthemy2
edit @ 11 Nov 2009 01:16:35 by ChesZ@
posted on 08 Nov 2009 02:08 by chesza in other
มาดูวิธีดูแลผิวที่แสนจะหยาบกร้านของหนุ่มๆ ให้กลับมีน้ำชุ่มๆ
ดูมีสุขภาพสุดๆ
มาให้ลองทำกันดู
- ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
ควรใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทที่มี Serum ซึ่งไม่ได้ให้ความชุ่มชื้นแต่จะเน้นที่การบำรุงและฟื้นฟูขั้นสูง โดยอาจเลือกประเภทที่หนาแน่นไปด้วยวิตามิน
และสารแอนตี้ออกซิแดนซ์เข้มข้น ก็จะยิ่งทวีความมีประสืทธิภาพให้กับผิวได้เป็นอย่างดี
เมื่อหาของชั้นเลิศได้แล้วก็ควรปฏิบัติตนให้ถูกวิธี เช่น
หลังล้างหน้าเสร็จก็ทา Serum และที่สำคัญควรทาตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อให้น้ำกับผิวนั่นเอง
- วิธีจัดการหน้าหลังล้างสิ่งสกปรก
หลายคนคงกลัวไม่แมนก็จะเช็ดหน้าด้วยแรงช้างสารที่เพิ่งเพาะมาจากโรงเพาะกาย แต่ขอบอกว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกแรงกับสิ่งที่บอบบาง
เช่น บริเวณตา ใต้ตา หรือใบหน้า
เนื่องจากเป็นผิวที่แสนจะยับเยินง่ายกว่าผิวบริเวณอื่นแล้ว เมื่อเกิดเป็นริ้วรอยขึ้นจะรักษาได้ยากมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแก่ตัวลง
นำผ้าขนหนูเนื้อนุ่มมาชุบน้ำแช่ตู้เย็นเอาไว้จนเย็นจัด และเอาผ้านั้นมาแปะลงบนหน้า
ค่อยๆ กด และนวดคลึงใบหน้าอย่างเบามือ วิธีนี้จะช่วยให้ผิวตื่นตัวเร็ว แก้มเปล่งปลั่งสดใส อีกทั้งยังเป็นการลดอาการบวมของถุงใต้ตาได้ดีทีเดียว
- การนวดแบบกดจุด
โดยใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างกดหัวคิ้วทั้งสองข้าง แล้วค่อยๆ
กดไล่ตามรูปคิ้วออกไปเรื่อยๆ จนถึงขมับ โดยใช้นิ้วนวดขมับเบาๆ สักครู่ และกดไล่มายังโหนกแก้มจนสุดท้ายมาหยุดที่ริมฝีปาก วิธีนี้จะช่วยการไหลเวียนของเส้นเลือดและเส้นประสาทให้มีการทำงานที่ดีขึ้น ทั้งยังช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้อีกทาง
- อุปกรณ์ประเภท Face Pack หรือ ถุงเจล
การใช้อุปกรณ์จำพวกนี้จะช่วยในการกระตุ้นให้ผิวตื่นตัวได้เร็ว เคล็ดลับการเลือกก็คงไม่ใช่ที่ราคา แต่ควรดูที่มีแบบเมนธอลและน้ำมันยูคาลิปตัสก็จะยิ่งทวีความสดชื่น
ผ่อนคลายได้ดี ข้อควรระวังก็คือถ้าคุณมีผิวที่แพ้ง่ายก็ควรหลีกเลี่ยง
- ไม่มีอุปกรณ์
วิธีนี้ก็ธรรมดาสามัญที่หลายๆ คนคงเคยได้คุ้นหูกันมาบ้าง
คือ การล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจัด จะช่วยให้สมานรูขุมขนได้ดีทันใจเช่นกัน ลองทำดูได้แค่ลงทุนเอาน้ำเย็นในตู้เย็นมาล้างให้ทั่วหน้าอย่างเบามือก็สามารถทำให้ส้นเลือดฝาดได้ผุดผาดออกนอกหน้าได้เช่นกัน
posted on 21 Oct 2009 11:40 by chesza in other
โลกตะลึง!! นักวิชาการยัน "แมลงสาป" แท้จริงคือมนุษย์ต่างดาว
แมลงสาป"
สัตว์โลกหกขาที่น่าพิศวง ซึ่งปรากฎร่องรอยบนพิภพนี้นับแต่ยุคไดโนเสาร์
เหตุใดมันจึงเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถก้าวข้ามผ่านกาลเวลาเหลื้อทิ้งลูกหลาน
สืบพันธุ์มาได้จนปัจจุบัน ในที่ปริศนานี้ก็ได้ถูกไขลง
เหตุเพราะมันมิใช่สิ่งมีชีวิตบนพื้นโลกนี้นี่เอง
นักวิชาการกล่าวว่า ได้มีการทำวิจัยมานานแล้ว และมีเหตุผลหลายประการซึ่งชี้ให้เห็นได้ว่า แท้จริงแล้วแมลงสาปเป็นสิ่งมีชีวิตจากอวกาศ
เช่น
สามารถอดอาหารได้เป็นเวลานานมากๆ โดยยังสามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยความรวดเร็วในระดับปกติ
มี
พลังชีวิตในระดับสูงและความทนทานต่อการเจ็บปวดต่างๆได้ดี ซึ่งจากการวิจัย
ชี้ให้เห็นว่า แม้จะถูกตัดหัว มันก็ยังสามารถมีชีวิตต่อไปได้อีก 7วัน
ซึ่งพลังชีวิตระดับนี้นั้น
มีไว้ก็เพื่อให้สามารถรับแรงกดดันในชั้นบรรยากาศนอกดาวเคราะห์นั่นเอง
และปริศนาสุดท้าย ว่าเหตุใด แม้จะมีปีก แต่เจ้าแมลง6ขาชนิดนี้กลับบินได้ในระดับที่เรียกได้ว่าไม่สูงนักนั้น
เหตุผล
ก็เพราะว่า ในขณะมีชีวิตในอวกาศนั้น จะอยู่ในสภาพไร้ซึ่งแรงโน้มถ่วง
ทำให้มันสามารถบินได้อย่างอิสระและรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้พลังงานมากนัก
ซึ่งทำให้มันสามารถกักเก็บพลังงานในการท่องอวกาศไปได้เป็นอย่างมาก เหตุนี้
เมื่อเข้ามาอยู่ภายใต้ขแรงดึงดูดของดาวเคราะห์
มันจึงทำได้เพียงต่อต้านพลัง G (gravity) ได้ในระดับหนึ่งเพียงเท่านั้น
อนึ่ง
แม้จะสอบยันลงความกันในหมู่นักวิทยาศาสตร์ระดับสูงแล้วว่าการวิจัยต่างๆชี้
ผลไปในทิศทางเดียวกัน
แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงทำการทดลองเกี่ยวกับเจ้าแมลงน่าพิศวงตัวนี้ต่อไป
อีกเพื่อไขปริศนาความลับต่างๆของมันออกมาให้ได้มากที่สุด
ยกตัวอย่างเช่น
คณะวิจัยผู้ทรงภูมิคณะหนึ่ง ได้อยากทราบว่า แมลงสาปใช้อวัยวะส่วนใดในการฟังเสียง
พวกเขาจึงได้เลือกทำการทดลอง โดยแบ่งออกเป็น4ตัวอย่างที่น่าสนใจและคาดว่าน่าใช่มากที่สุด
ตัวอย่างแรก พวกเขาทำการเด็ดหนวดของมันออก
ตัวอย่างที่สอง พวกเขาเด็ดปีกมันออก
ตัวอย่างที่3 เขาผ่าหัวของแมลงสาปตัวนั้นออกมาเลย
และตัวอย่างสุดท้ายพวกจัดการแยกขาออกจาตัว
โดย
การทดลองก็ไม่ได้สลับซับซ้อนอย่างใดมากมายนัก
ซึ่งก็คือหลังจากเตรียมตัวอย่างเรียบร้อยแล้วก็นำไปบรรจุไว้ในกล่องโลหะ
4เหลี่ยมซึ่งกักกั้นเสียงและแสงได้เป็นอย่างดี
จากนั้นพวกเขาก็จะ
เปิดกล่องของตัวอย่าง และตะโกนใส่กล่องทีละกล่องเพื่อดูว่า
แมลงสาปที่ขาดส่วนใดไป จะไม่แสดงปฏิกิริยาตอบสนองต่อเสียงที่ดังขึ้น
พวกเขาเปิดกล่องใบที่1ขึ้น พร้อมทั้งส่งเสียงร้องว่า "Go go go!!"
ตัวอย่างที่หนึ่งตกใจและออกวิ่งทันที
หนวดจึงมิใช่อุปกรณ์ในการรับเสียงของแมลงสาป
กล่องที่บรรจุตัวอย่างที่2จึงถูกเปิดขึ้น
สิ้นเสียง "Go go go!!" ตัวอย่างที่2ก็ออกวิ่งอย่างว่องไว
ปีกจึงมิใช่อุปกรณ์รับเสียงของแมลงสาปเช่นกัน
หมดตัวอย่างไปครึ่งหนึ่ง คณะวิจัยเริ่มอ้อนวอนต่อพระเจ้า ขอให้การทดลองของพวกเขาประสพผลสำเร็จ
แต่ตัวอย่างที่สามยังคงออกวิ่งโดยไม่แสดงความสงสารต่อกลุ่มนักวิทยาศาสตร์แต่อย่างใดภายหลังได้รับเสียงตะโกน
คณะวิจัยเริ่มพากันหมดหวัง แต่ยังเหลือตัวอย่างสุดท้าย พวกเขาจึงได้แต่ฝากความหวังไว้และทำการทดลอง
และตัวสุดท้าย ตัวที่4 ที่นักวิทยาศาสตรได้ตัดขาของมันออกทั้งหมด จากนั้นก็ตะโกนไส่มันว่า Go Go!!
แต่ปรากฎว่า มันได้ผล!! ไม่น่าเชื่อ ตัวอย่างสุดท้ายไม่ออกวิ่ง แม้จะได้รับการตะโกนใส่ซ้ำๆ อยู่ถึง5รอบ มันก็ไม่วิ่งเลย
เหล่า
นักวิทยาศาสตร์ต่างพากันโห่ร้องดีใจที่ผลการทดลองประสพผลสำเร็จในตัวอย่าง
สุดท้าย หรือก็คือ แมลงสาปตัวที่ถูกแยก "ขา" ออกจากตัวของมัน
และในไม่กี่วันต่อมาพวกเค้าก็แถลงผลการวิจัยต่อสาธารณชนว่า "ขา" คือส่วนที่แมลงสาปใช้ในการรับฟังเสียงนั่นเอง
นี่เป็นเพียงหนึ่งในงานวิจัยหลายๆชิ้นของเหล่านักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายเกี่ยวกับแมลงสาปซึ่งเราได้ติดตามมาบอกกล่าวให้ท่านได้ทราบ
ต่อไป หากเราได้ข่าวคืบหน้าเกี่ยวกับงานวิจัยชิ้นใด เราจะติดตามเพื่อนำมาบอกกล่าวกับท่านต่อไปครับ
ขอบคุณที่สละเวลาอันมีค่ามารับฟังผลงานวิจัยเหล่านี้
แล้วพบกันใหม่เมื่อการวิจัยอันยิ่งใหญ่เสร็จสิ้นครับ
ปล. ตัดขามันคงจะวิ่งได้อ่ะนะ 555555555555555555555555555+